ปัญหาสิวเป็นปัญหาผิวที่พบได้ในทุกเพศ ทุกวัย เกิดขึ้นเมื่อน้ำมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วเข้าไปอุดตันรูขุมขน สิวมักเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า หน้าอก หลัง หัวไหล่ และคอ สิวเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ ฮอร์โมน หรือการผลิตน้ำมันของผิว บทความนี้เราจะนำเสนอวิธีรักษาสิวที่เห็นผลเร็วและใช้วิธีธรรมชาติ โดยเริ่มจากการดูแลผิว อาหารการกิน การใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติในการรักษาสิว และการเข้าพบแพทย์ผิวหนังหากอาการสิวของคุณหนักเกินไป

ดูแลผิวให้ดีก่อน

ดูให้ชัดว่าเป็นสิวประเภทไหน

สิวแต่ละประเภทใช้วิธีรักษาต่างกัน ถ้าหากคุณมีปัญหาสิวรุนแรง และมีสิวหัวนูน สิวซีสต์เกิดขึ้นอาจทำให้เกิดอาการบวมและเกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งสิวประเภทนี้จำเป็นต้องใช้ยาในการรักษา

สิวที่พบได้ทั่วไปได้แก่

– สิวหัวขาว (Whitehead): เกิดขึ้นเมื่อสิ่งสกปรกหรือน้ำมันส่วนเกินอุดตันใต้ผิว

– สิวหัวดำ (Blackhead): เกิดขึ้นเมื่อรูขุมขนเปิดทำให้สิ่งสกปรกหรือน้ำมันส่วนเกินที่อุดตันอยู่ใต้ผิว สัมผัสกับอากาศ จึงทำน้ำมันทำปฏิกิริยากับอากาศ จึงเกิดสีดำขึ้น

– สิวหัวหนอง (Pustule): สิวที่เกิดขึ้นเมื่อสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกินอุดตันใต้ผิวและเกิดการอักเสบ ระคายเคือง บวมแดง และมีหนอง หนองเป็นของเหลวสีเหลืองข้นที่ประกอบไปด้วย เซลล์เม็ดเลือดขาวและแบคทีเรียที่ตายแล้ว เกิดขึ้นเมื่อเซลล์อักเสบหรือเกิดการติดเชื้อ

– สิวหัวนูน (Nodule): สิวอักเสบใต้ผิวหนัง มีขนาดใหญ่และแข็ง

– สิวซีสต์ (Cyst): สิวอักเสบมีหนองรุนแรงเกิดขึ้นใต้ผิวหนัง มักทำให้เกิดแผลเป็น

ควรเลิกสูบบุหรี่ซะ

การสูบบุหรี่ทำให้ผิวไม่ฟื้นฟูเร็วเท่าที่มันควรจะเป็น อีกทั้งคนที่สูบบุหรี่มีแนวโน้มเป็นสิวหลังจากผ่านพ้นช่วงวัยรุ่นมากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 4 เท่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงที่มีอายุ 25-50 ปี การสูบบุหรี่ยังสามารถทำให้เกิดอาการระคายเคืองผิวสำหรับคนที่มีผิวบอบบางอีกด้วย การสูบบุหรี่จะทำให้เกิดริ้วรอยและผิวพรรณแก่ก่อนวัยอันควรได้ เนื่องจากการสูบบุหรี่ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระ ลดการสร้างคอลลาเจน และทำให้คุณภาพของโปรตีนในผิวลดลงอีกด้วย

>> ผลิตภัณฑ์รักษาสิว แต่ละชนิดทำหน้าที่อะไรบ้าง

หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า

สิ่งสกปรกและแบคทีเรียบนมือสามารถเข้าไปอุดตันรูขุมขนและทำให้อาการสิวแย่ลงได้ ถ้าคุณรู้สึกคันและระคายเคืองจากผิว ควรใช้กระดาษเช็ดหน้าที่อ่อนโยนและปราศจากน้ำมันในการเช็ดสิ่งสกปรกออก นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการบีบสิว เพราะอาจทำให้เกิดแผลเป็นและยังมีโอกาสทำให้แบคทีเรียกระจายตัวอีกด้วย

เลือกใช้คลีนเซอร์ที่ถูกต้อง

ควรใช้คลีนเซอร์ที่อ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของสบู่และปราศจาก Sodium laureth sulfate ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดฟองและอาจระคายเคืองผิวได้ คลีนเซอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของสบู่สามารถหาได้ทั่วไปตามร้านขายยา ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติและไม่มีสารเคมีที่รุนแรงต่อผิวหน้า การใช้สบู่และสครับทำความสะอาดผิวหน้าสามารถทำให้ผิวระคายเคืองและทำให้อาการสิวแย่ลงได้

ล้างหน้าเป็นประจำ

ควรล้างหน้าเป็นประจำทุกเช้า ก่อนนอน และหลังทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออก เพราะเหงื่อสามารถระคายเคืองผิวได้ เลือกใช้สกินแคร์ที่เหมาะกับผิว ถ้าผิวของคุณแห้งและคันได้ง่าย ควรเลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ปราศจากน้ำมัน ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกระชับรูขุมขนเมื่อคุณมีผิวมันเท่านั้น นอกจากนั้นยังควรใช้แค่บริเวณที่มีปัญหาเท่านั้น หากคุณต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิว คุณควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวของคุณ สำหรับคนที่ไม่มีสิวอักเสบ สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวที่ไม่ระคายเคืองผิวหน้ามากได้ ซึ่งคนที่มีผิวแห้ง และแพ้ง่ายควรขัดผิวหน้าไม่เกินสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ในขณะที่คนที่มีผิวมันและหนา สามารถขัดผิวโดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ระคายเคืองผิวหน้ามากได้เป็นประจำทุกวัน

รักษาสิว คลีนิคไหนดี

เลือกรับประทานอาหาร

รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่มีสารเร่งฮอร์โมนซึ่งอาจส่งผลต่อฮอร์โมนภายในร่างกายคุณได้ และควรเลือกทานผักและผลไม้สดให้มาก อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน A C E และซิงค์จะช่วยลดความรุนแรงของสิวได้ เนื่องจากสารอาหารเหล่านี้มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระ แหล่งของวิตามินเหล่านี้ได้แก่ พริกหยวกแดง คะน้า ผักโขม ผักสลัด มันเทศ ฟักทอง ฟักทองน้ำเต้า มะม่วง เกรปฟรุต แคนตาลูป

ซิงค์

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า การรับประทานซิงค์สามารถช่วยรักษาสิวได้ ซิงค์เป็นเกลือแร่ที่สำคัญและมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ เพราะมันสามารถช่วยปกป้องเซลล์จากแบคทีเรียและไวรัสได้ แค่คุณเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และอุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ ก็สามารถทำให้คุณได้รับซิงค์เพียงพอกับปริมาณที่ต้องการต่อวันแล้ว แหล่งของซิงค์ได้แก่ อาหารทะเล เนื้อสัตว์ ชีส ถั่ว เมล็ดทานตะวัน ฟักทอง เต้าหู้ มิโซะ และเห็ดต่างๆ

รับประทานวิตามินเอให้มากขึ้น

งานวิจัยพบว่า ระดับของวิตามินเอต่ำมีส่วนเกี่ยวข้องกับความรุนแรงของสิว วิตามินเอสามารถช่วยทำให้ฮอร์โมนในร่างกายสมดุลจึงสามารถช่วยลดการผลิตน้ำมันของร่างกายได้ คุณสามารถเพิ่มปริมาณการรับประทานวิตามินเอต่อวันได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลีกเลี่ยงการรับประทานไขมันที่ไม่ดีเช่น มาร์การีน น้ำมันพืชและอาหารแปรรูป

>> แหล่งรวมความรู้เรื่องสิว

วิตามินเอพบได้มากในแครอท พืชสีเขียวเข้ม และผลไม้ที่มีสีเหลืองหรือส้ม ในกรณีที่คุณรับประทานวิตามินเอเป็นอาหารเสริมอยู่แล้ว ควรรับประทานในปริมาณ 10000-25000 IU เท่านั้น การรับประทานวิตามินเอเยอะเกินไป อาจทำให้เกิดภาวะวิตามินเอเป็นพิษและทำให้หญิงที่ตั้งครรภ์แท้งได้

รับประทานวิตามินซีให้มากขึ้น

วิตามินซีช่วยเร่งความเร็วในการฟื้นฟูผิวได้ ด้วยการเสริมสร้างคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนที่ใช้ในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อผิวหนัง กระดูกอ่อน เส้นเลือด และแผลต่างๆ คุณควรรับประทานวิตามินซีให้ได้อย่างน้อยวันละ 500 มิลลิกรัม โดยการเพิ่มอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีเข้าไปในมื้ออาหารเช่น พริกหยวกแดงหรือเขียว ผลไม้ตระกูลส้ม เช่น ส้ม ส้มโอ เกรปฟรุต มะนาว ผักโขม บล็อคโคลี่ กะหล่ำดาว สตรอว์เบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ และมะเขือเทศ

ดื่มชาเขียว

การดื่มชาเขียวไม่ได้มีผลโดยตรงในการป้องกันหรือรักษาสิว แต่ชาเขียวนั้นอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยในการป้องกันริ้วรอยและปกป้องผิวได้ นอกจากนี้ชาเขียวยังมีประโยชน์ในการป้องกันผิวจากรังสียูวีอีกด้วย

ใช้ยาสมุนไพรในการรักษา

ใช้ Tea tree oil

โรคที่ผิวหนัง สำหรับการรักษาสิว ให้ใช้ Tea tree oil ที่มีความเข้มข้น 5-15% โดยหยด Tea tree oil 2-3 หยดลงบนสำลีและทาบางๆ บริเวณที่เป็นสิว

Tea tree oil ควรใช้สำหรับภายนอกเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการเปิดฝาหรือปล่อยให้สัมผัสกับอากาศเป็นระยะเวลานาน เนื่องจาก Tea tree oil ที่ทำปฎิกิริยากับออกซิเจนในอากาศอาจทำให้ผิวเกิดอาการแพ้ได้

Jojoba oil

Jojoba oil เป็นสารสกัดที่ได้จากเมล็ดของต้น Jojoba ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายกับน้ำมันที่ผิวผลิตขึ้นมา จึงไม่ทำให้รูขุมขนอุดตันหรือทำให้เกิดความมันส่วนเกิน Jojoba oil จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวและไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง โดยหยด Jojoba oil 5-6 หยดลงบนสำลีและทาบางๆ บริเวณสิว สำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อน

Juniper oil

Juniper oil เป็น astringent ธรรมชาติที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ คุณสามารถใช้เป็นคลีนเซอร์และโทนเนอร์ในการจัดการกับรูขุมขุมที่อุดตันและรักษาอาการของสิว ผื่น และผิวหนังอักเสบได้ โดยหยด Juniper oil 1-2 หยดลงบนสำลีและทาทั่วบริเวณหน้าหลังการล้างหน้า ทั้งนี้ การใช้ Juniper oil มากเกินไปอาจทำให้ผิวเกิดอาการระคายเคืองและทำให้อาการสิวแย่ลงได้

Aloe vera gel

Aloe vera เป็นไม้อวบน้ำที่มีสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยในการรักษาสิวและลดอาการอักเสบได้อย่างดี อีกทั้งยังช่วยป้องกันแผลจากแบคทีเรียและทำให้ผิวฟื้นฟูตัวเองเร็วขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Aloe vera สามารถหาได้ทั่วไปตามร้านขายยา และสามารถทาได้เป็นประจำทุกวัน แต่หากใช้แล้วมีอาการผื่นคันเกิดขึ้น ให้หยุดใช้และปรึกษาแพทย์ทันที

Sea salt

เกลือทะเล

โลชั่นหรือครีมจากเกลือทะเลที่มี Sodium chloride ไม่เกิน 1% สามารถช่วยลดปัญหาสิวได้ งานวิจัยชี้ว่า เกลือทะเลมีคุณสมบัติป้องกันการอักเสบ ชะลอวัย และป้องกันผิวจากรังสียูวี โดยคุณสามารถทาโลชั่นหรือครีมนี้ได้วันละ 1-6 ครั้ง โดยใช้เวลา 5 นาทีในแต่ละครั้ง นอกจากนี้ คุณสามารถใช้เกลือทะเลในการมาส์กหน้าเพื่อลดความเครียดได้เช่นกัน เกลือทะเลนั้นปลอดภัยสำหรับคนที่มีปัญหาสิวไม่มากจนถึงระดับกลาง สำหรับคนที่มีปัญหาผิวแห้ง แพ้ง่ายหรือมีปัญหาสิวค่อนข้างมาก ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนที่จะใช้วิธีนี้ เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการแห้งและระคายเคืองได้

เข้าพบแพทย์ผิวหนัง

ถ้าคุณมีอาการของสิวรุนแรงจนวิธีข้างต้นไม่สามารถทำให้ปัญหาสิวของคุณดีขึ้นได้ คุณควรเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อใช้วิธีการรักษาอื่นๆ เช่น

การรักษาด้วยแสง

การรักษาด้วยแสงและเลเซอร์เป็นทางเลือกที่เป็นที่นิยมในการรักษาสิว การรักษาด้วยแสงจะใช้แสงในการรักษารอยที่ผิวหนัง สิวหัวหนองที่รุนแรงและสิวซีสต์ได้ งานวิจัยยังพบว่า การรักษาด้วยแสง/เลเซอร์ได้ผลในกลุ่มคนไข้จำนวนมาก ดังนั้น หากพบว่าปัญหาสิวรุนแรงเกินกว่าที่จะใช้วิธีธรรมดาในการรักษา ควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษาด้วยการใช้แสง/เลเซอร์

การปรับสมดุลฮอร์โมน

ระดับของฮอร์โมนแอนโดรเจนที่สูงเกินไปมักนำไปสู่การผลิตน้ำมันที่มากเกินไปจนนำไปสู่การเกิดสิว น้ำมันจากผิวหรือซีบัมมีกรดไขมันซึ่งจะกระตุ้นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวได้ อาการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมักเกิดจากการเข้าสู่วัยรุ่น การตั้งครรภ์ ภาวะขาดประจำเดือน หรือการเปลี่ยนยาที่ใช้เป็นประจำ ซึ่งถ้าหากคุณสงสัยว่าอาการสิวที่เกิดขึ้น เกิดจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีรักษา

>> ผลิตภัณฑ์รักษาสิว อันไหนดีที่สุด

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

แพทย์ผิวหนังสามารถตรวจสอบสภาพผิวของคุณและหาวิธีรักษาที่เหมาะสมกับความรุนแรงของสิวและสภาพของผิวหน้าได้ ตัวอย่างเช่น แพทย์อาจแนะนำการจี้เย็น (Cryosurgery) หรือ การทำให้ผิวหนังถลอกถึงชั้นหนังแท้ (Dermabrasion) ทั้งนี้ การรักษาอาจจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาหลายครั้งกว่าจะเห็นผล

14 วิธีรักษาสิวให้หายขาด

สิวเป็นปัญหาผิวกวนใจ ที่เกิดขึ้นได้ทุกเพศ ทุกวัย สิวเกิดเมื่อสิ่งสกปรกและน้ำมันเข้าไปอุดตันจนเกิดการติดเชื้อ ทั้งนี้สิวเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และบอกได้ยากว่า สิวที่กำลังเกิดขึ้นบนใบหน้าของคุณนั้น เกิดขึ้นจากอะไร ในบทความนี้ เราจะได้รวบรวมวิธีที่ช่วยในการจัดการปัญหาสิวให้หายขาด ตั้งแต่การดูแลผิวหน้าจนไปถึงการกำจัดแบคทีเรีย ยีสต์และเชื้อราที่ทำให้เกิดสิว

1.ลด ละ เลิกน้ำตาล

น้ำตาลเป็นอาหารของยีสต์และเชื้อรา ดังนั้นการรับประทานน้ำตาลอาจทำให้อาการของสิวรุนแรงขึ้นได้ คุณควรเปลี่ยนไปรับประทานวัตถุดิบที่ให้ความหวานแทนน้ำตาลเช่น น้ำผึ้ง หรือ ยาหวาน ซึ่งนอกจากจะไม่ทำให้อาการสิวรุนแรงขึ้นแล้ว ยังจะช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณสมดุลขึ้นอีกด้วย

>> เข้าคลีนิครักษาสิว ปลอดภัยไหม

2.หลีกเลี่ยงการรับประทานกลูเตน

คนส่วนใหญ่มักคิดว่า สิวเป็นสื่งที่เกิดขึ้นจากปัญหาด้านผิวหนังเท่านั้น แต่นั่นไม่ถูกต้องสักทีเดียว การรับประทานกลูเตนสามารถทำให้เกิดอาการอักเสบในลำไส้ของคุณได้ ซึ่งความผิดปกตินั้นมีผลต่อผิวหนัง และนำไปสู่การเป็นสิวได้เช่นกัน

3.ไม่ทำอาหารด้วยน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน (Hydrogenated oil)

ไขมันไม่ดีในน้ำมันชนิดนี้จะเพิ่มปริมาณน้ำมันในต่อมไขมันของผิว ดังนั้นทางที่ดีคือการเปลี่ยนไปใช้น้ำมันประเภทอื่นแทน เช่น น้ำมันมะพร้าว ซึ่งการใช้น้ำมันมะพร้าวจะไม่ทำให้เกิดสิวเหมือนกับการใช้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน

4.ควรรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง

ไฟเบอร์ช่วยกำจัดแบคทีเรียที่ไม่ดีในลำไส้และช่วยลดสิวได้ อีกทั้งยังกระตุ้นการเจริญเติบโตของ Probiotic ได้อีกด้วย ซึ่งอาหารที่มีไฟเบอร์สูงเหล่านี้ เช่น เมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์ อัลมอนด์ และผักต่างๆ สามารถช่วยลดการเกิดสิวได้

มีอาหารอะไรบ้างค่ะ ที่คนเป็นสิวควรกิน

5.รับประทานโปรตีนเพิ่มขึ้น

เลือกรับประทานโปรตีนที่ดี สะอาด และปราศจากสารเพิ่มฮอร์โมนหรือสารเคมีอื่นๆ เช่น ไก่/ไข่จากฟาร์มออแกนิค ปลา เนื้อวัวที่ถูกเลี้ยงดูด้วยการให้กินหญ้า อาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนเหล่านี้จะช่วยให้สิวของคุณหมดไป และยังช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสมดุล

>> สิวมีกี่ประเภทมีอะไรบ้าง

6.รับประทานไขมันที่ดีต่อสุขภาพ

ใช้น้ำมันมะพร้าวเพื่อสุขภาพผิวที่ดี เพราะน้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติในการต่อต้านแบคทีเรีย ซึ่งช่วยกำจัดแบคทีเรียที่ไม่ดีออกจากผิวหนังได้

7.Probiotic ก็สำคัญ

Probiotic จากผลิตภัณฑ์เช่น โยเกิร์ตหรือบัทเทอร์มิลค์ สามารถช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและทำให้การย่อยอาหารดีขึ้นได้ ซึ่งจะช่วยลดแบคทีเรียและอาการอักเสบที่อาจก่อให้เกิดสิวได้เช่นกัน

8.เพิ่มอาหารที่อุดมไปด้วยซิงค์

ซิงค์สามารถช่วยให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มดีขึ้นได้ ทำให้แผลรวมถึงสิวหายไวขึ้น อีกทั้งยังช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อภายในระบบย่อยอาหารซึ่งมีผลต่อการเกิดสิวเช่นกัน ดังนั้นคุณจึงควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยซิงค์ เช่น หอยนางรม ไก่ เนื้อวัว เนื้อปู และ ลอบส์เตอร์

9.ทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอหรือแคโรทีนอยด์

อาหารที่อุดมไปด้วยแคโรทีนอยด์ เช่น แครอท ผักโชม คะน้า แคนตาลูป มะม่วง มะละกอ ลูกพีช พริกหยวกแดง และน้ำมะเขือเทศ สามารถรักษาอาการอักเสบของสิวได้

10.จิบชาเขียวสักนิด

ชาเขียวมีประสิทธิภาพในการรักษาทั้งจากการดื่มและการทาลงบนผิว โดยที่การดื่มชานั้นช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายและทำให้ผิวใสได้ ส่วนการทาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของชาเขียวลงบนสิวนั้นสามารถช่วยลดอาการอักเสบของสิว

11.เลือกใช้คลีนเซอร์ที่มีส่วนผสมของ Tea tree oil

Tea tree oil สามารถช่วยชะล้างผิวและเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ Tea tree oil มีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย จึงสามารถทา Tea tree oil ลงบนสิวเพื่อช่วยในการรักษาได้

>> แหล่งรวมความรู้เรื่องสิว

12.ใช้เลมอนก็ดีนะ

เราสามารถใช้เลมอนในการกระชับรูขุมขน และยังช่วยในการควบคุมความมันซึ่งก่อให้เกิดสิวได้ โดยเริ่มจาก ทาน้ำเลมอนบางๆบริเวณที่เป็นสิว ปล่อยไว้ข้ามคืน และล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิปกติในตอนเช้า

13.ชินนามอนและน้ำผึ้ง

การมาส์กหน้าด้วยชินนามอนและน้ำผึ้งช่วยในการรักษาสิวได้ โดยการผสมผงชินนามอน 5-6 หยิบมือ กับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา และนำมามาส์กหน้า ทิ้งไว้จนแห้ง ล้างออกด้วยน้ำอุ่น และซับหน้าเบาๆด้วยผ้าขนหนู

14.มาปลอกเปลือกส้มกันเถอะ

นำเปลือกส้มมาล้างน้ำให้สะอาด นำมาบดให้ละเอียด ผสมน้ำเล็กน้อย แต้มลงที่สิว ทิ้งไว้15นาที แล้วค่อยล้างออก

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.