สิวเป็นปัญหาผิวหนังที่เป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลก ซึ่งมีผลกระทบต่อ 85% ของประชากรโลก อย่างน้อยๆก็สักช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต

การรักษาสิวทั่วไปอาจมีราคาแพงและมักมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ผิวแห้ง ผื่นแดง และอาการระคายเคือง

นี่เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้คนหลายๆคนเลือกที่จะไปรักษาสิวแบบธรรมชาติ และมีคำแนะนำมากมายจากอินเตอร์เน็ต แต่การรักษาสิวแบบธรรมชาติได้ผลจริงหรือไม่

สิวเกิดมาจากอะไร

สิวเริ่มเกิดมาจากการที่รูขุมขนอุดตันด้วยน้ำมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

รูขุมขนแต่ละตัวเชื่อมต่อกับต่อมไขมันซึ่งก่อให้เกิดสารน้ำมันเรียกว่าไขมัน Sebum ซึ่งการเกิดไขมัน Sebum ส่วนเกินนั้นทำให้เกิดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Propionibacterium acnes หรือ P. acnes

โดยเซลล์เม็ดเลือดขาวจะโมตี P. acnes ทำให้เกิดอาการอักเสบและสิวได้ ในบางกรณีสิวก็จะมีความรุนแรงมากกว่า แต่โดยทั่วไปแล้วนั้นอาการของสิวก็จะมี เป็นหัวขาว และหัวดำ

ปัจจัยหลายๆปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว ได้แก่ พันธุกรรม การรับประทานอาหาร ความเครียด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และการติดเชื้อ

นี่คือวิธีการรักษาสิวแบบธรรมชาติ 10 วิธีที่เราสามารถไปลองทำกันได้

การทาแอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิกา

แอปเปิลไซเดอร์เวนิกาทำมาจากการหมักแอปเปิ้ลไซเตอร์หรือน้ำแอปเปิ้ลที่ไม่ได้กรองมาจากแอปเปิ้ลที่อัดแน่น

เหมือนกับน้ำส้มสายชูชนิดอื่นๆ แอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิกามีความสามารถในการต้านแบคทีเรียและไวรัสหลายประเภท

แอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิกามีส่วนประกอบของกรดธรรมชาติที่สามารถฆ่า P. acnes ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรดซัคซินิคสามารถยับยั้งการอักเสบที่เกิดจาก P. acnes ซึ่งอาจป้องกันการเกิดแผลเป็นได้

นอกจากนี้กรดแลคติคยังช่วยรอยแผลเป็นจากสิวดีขึ้นได้ ยิ่งไปกว่านั้นแอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิกาอาจช่วยทำให้น้ำมันส่วนเกินที่เป็นสาเหตุของสิวแห้งลงได้

วิธีการใช้

1. ผลแอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิกา 1 ส่วน และน้ำ 3 ส่วน (ถ้าผิวแพ้ง่าย ให้เพิ่มปริมาณน้ำได้)

  1. พอผสมแล้วให้ใช้ทาหน้าด้วยสำลีหลังจากล้างหน้า
  2. ทิ้งไว้ 5-20 วินาที และล้างออกด้วยน้ำสะอาดและล้างออก
  3. ทำแบบนี้ 1-2 ครั้งต่อวัน

สิ่งสำคัญก็คือเราต้องสังเกตว่าการใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิกากับผิวอาจทำให้ผิวไหม้และอาการระคายเคืองได้ ดังนั้นเราควรจะใช้ในปริมาณที่น้อยและผสมกับน้ำ

สรุป กรดธรรมชาติในแอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิกานั้นอาจช่วยฆ่าแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวและลดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งเป็นวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติที่ดีอีกวิธีหนึ่ง แต่การใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิกาทาหน้านั้นอาจทำให้ผิวไหม้หรืออาการระคายเคืองได้ ดังนั้นควรระมัดระวังขณะใช้

>> รีวิว ผลิตภัณฑ์รักษาสิว แบบต่าง ๆ มีข้อดีข้อเสียกันอย่างไร

ทำมาส์กจากน้ำผึ้งและซินนาม่อน

น้ำผึ้งกับซินนาม่อนเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีมาก

มีงานวิจัยค้นพบว่าการทาสารต้านอนุมูลอิสระลงบนผิวนั้นช่วยลดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้ benzoyl peroxide และ retinoids

ซึ่งเหล่านี้เป็นยารักษาสิวทั่วไปสองชนิดสำหรับผิวที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย

สารต้านอนุมูลอิสระถูกค้นพบว่ามีวิตามินบี3 กรดไขมัน linoleic (omega-6) และsodium ascorbyl phosphate (SAP) ที่แตกออกมาจากวิตามินซี

สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ไม่พบในน้ำผึ้งหรือซินนาม่อน แต่มีความเป็นไปได้ที่ว่าสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆในน้ำผึ้งกับซินนามอนอาจออกฤทธิ์ในแบบเดียวกัน

น้ำผึ้งและซินนาม่อนยังมีคุณสมบัติในการต่อสู้แบคทีเรียและลดการอักเสบซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว

ในขณะที่ความสามารถในการต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ และต้านแบคทีเรียของน้ำผึ้งและซินนาม่อนมีประโยชน์ต่อผิวที่มีสิวขึ้นนั้น ก็ยังไม่มีงานวิจัยชิ้นใดออกมายืนยันถึงความสามารถในการรักษาแบบธรรมชาตินี้

วิธีการทำมาส์กด้วยน้ำผึ้งและซินนาม่อน

1. ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากันจนข้น
2. ใช้มาส์กพอกหน้าหลังจากล้างหน้า และทิ้งไว้ 10-15 นาที
3. ล้างออกด้วยน้ำสะอาดและซับหน้าให้แห้ง

สรุป  น้ำผึ้งและซินนาม่อนมีสารต้านอาการอักเสบ สารต้านอนุมูลอิสนะ และสารต้านแบคทีเรีย ด้วยเหตุนี้จึงมีความสามารถในการรักษาสิวแบบธรรมชาติได้ ซึ่งเป็นวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติที่ดีอีกวิธีหนึ่ง

>> รักษาสิว คลีนิคไหนดี

การรักษาเฉพาะจุดด้วย Tea tree oil

Tea tree oil เป็น essential oil ที่สกัดมาจากใบของต้น Melaleuca alternifolia ที่มีแหล่งกำเนิดที่ออสเตรเลียความโดดเด่นของ Tea tree oil อยู่ที่ความสามารถในการต้านแบคทีเรียและ ลดการอักเสบของผิวยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยได้ระบุว่าการใช้ Tea tree oil 5% ในการทาผิว จะช่วยลดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อเปรียบเทียบกับ benzoyl peroxide 5% แล้วนั้น Tea tree oil 5% ไม่ได้ออกฤทธิ์เร็วเท่ากัน แต่มันสามารถรักษาสิวให้ดีขึ้นได้อย่างมากหลังจากการใช้ไปสัก 3 เดือนและยังส่งผลข้างเคียงน้อยกว่าด้วยเมื่อเปรียบเทียบกับ benzoyl peroxide  เช่น ผิวแห้ง อาการระคายเคือง และผิวไหม้Tea tree oil มีฤทธิ์ที่ค่อนข้างแรง เพราะฉะนั้นควรจะผสมมันกับอะไรสักอย่างเพื่อทำให้เจือจางก่อนที่จะทาลงบนผิว

>> แหล่งรวมความรู้เรื่องสิว

วิธีการใช้

1. ผสม Tea tree oil 1 ส่วน กับน้ำสะอาด 9 ส่วน
2.จุ่มคัตตอนบัดลงไปในที่ผสมไว้ แล้วทาในจุดที่เป็นสิว
3.ทามอยเจอร์ไรเซอร์ได้ถ้าต้องการ
4.ทำแบบนี้วันละ 1-2 ครั้ง

สรุป Tea tree oil มีความสามารถในการต้านแบคทีเรียและการอักเสบ เมื่อทาลงไปที่ผิวจะสามารถช่วยลดสิวได้ ซึ่งเป็นวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติที่ดีอีกวิธีหนึ่ง

การทาชาเขียว

ชาเขียวมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูง และการดื่มชาเขียวเป็นเสริมให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี

อย่างไรก็ตามยังไม่มีวิจัยงานใดที่ออกมายืนยันถึงเรื่องการดื่มชาเขียนเพื่อเป็นการรักษาสิวแบบธรรมชาติ แต่การทาชาเขียวลงไปโดยตรงกับผิวนั้นสามารถช่วยได้

เหตุผลก็คือสารที่มีชื่อว่า Flavonoid และ Tannis ในชาเขียวมีความสามารถในการช่วยต่อสู้กับแบคทีเรียและลดอาการอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว

สารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสารหลักในชาเขียว หรือเรียกว่า epigallocatechin-3-gallate (EGCG) นั้น มีความสามารถในการลดการผลิตน้ำมัน Sebum ต่อสู้กับอาการอักเสบ และยับยั้งการเจริญเติบโตของ P. acnes ในร่างกายของผู้ที่มีสิว

มีงานวิจัย 2-3 ได้พิสูจน์ว่าการใช้สารสกัดจากชาเขียว 2-3% ทาโดยตรงกับผิวเลยนั้นมีส่วนช่วยในการลดการผลิตของน้ำมัน Sebum และสิวได้อย่างดีในคนที่เป็นสิว

เราสามารถหาซื้อครีมและโลชั่นที่มรส่วนประกอบของชาเขียวได้ แต่เราก็สามารถทำเองได้ง่ายๆที่บ้านเช่นเดียวกัน

วิธีการใช้

1. ต้มชาเขียวในน้ำเดือด 3-4 นาที

  1. พักไว้ให้เย็น
  2. ใช้สำลีจุ่ม และทาลงที่ผิวหรือเทใส่ขวดสเปรย์แล้วสเปรย์ให้ทั่วไปหน้า
  3. ปล่อยให้ชาเขียวแห้งบนผิว แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วซับหน้าให้แห้ง

เราสามารถนำใบที่เหลือไปรวมกับน้ำผึ้งเพื่อทำเป็นมาส์กก็ได้ แม้ว่ายังไม่มีสิ่งใดพิสูจน์ได้ว่าการดื่มชาเขียวสามารถต้านสิวได้ แต่มีงานวิจัยบางงานได้แนะนำว่าสิ่งนี้อาจเป็นประโยชน์ได้ยกตัวอย่างเช่น การดื่มชาเขียวมีความสามารถในการช่วยลดน้ำตาลในเลือด และระดับอินซูลิน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้

สรุป ชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงมากที่สามารถช่วยต่อสู้กับแบคทีเรียและลดอาการอักเสบ การทาชาเขียวบนผิวนั้นสามารถช่วยลดผิวได้อย่างมาก ซึ่งเป็นวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติที่ดีอีกวิธีหนึ่ง

>> ผลิตภัณฑ์รักษาสิว แต่ละชนิดทำหน้าที่อะไรบ้าง

เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้เป็นพื้นท้องถิ่นที่มีเจลใสๆผลิตภายในใบของมัน

โดยส่วนมากเจลของว่านของจระเข้จะถูกนำมาผสมกับโลชั่น ครีม ขี้ผึ้ง และสบู่ ว่านหางจระเข้จะนิยมนำมาใช้เพื่อนรักษารอยถลอก ผดผื่น แผลไหม้ และปัญหาผิวอื่นๆเมื่อเราทาว่านหางจระเข้บนผิวนั้น มันจะช่วยในการรักษาแผลลด แผลไฟไหม้ และต่อสู้กับอาการอักเสบได้ว่านหางจระเข้มีกรด salicylic และซัลเฟอร์ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้จะถูกใช้ในการรักษาสิวแบบธรรมชาติ มีงานวิจัยหลายๆงานได้แสดงให้เห็นว่าการทากรด salicylic บนผิว จะสามารถช่วยลดสิวได้ ในลักษณะคล้ายๆกัน การทาซัลเฟอร์ลงไปบนผิวก็ถูกพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาสิวแบบธรรมชาติได้เช่นเดียวกัน

ในขณะที่งานวิจัยได้แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ดีนั้น แต่อย่างไรก็ตามการใช้ว่านหางจระเข้เพื่อการรักษาสิวแบบธรรมชาตินั้นก็ยังต้องการการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อยู่ดี

วิธีการใช้

1. ขูดเจลว่านหางจระเข้ด้วยช้อน
2.ทาเจลลงบนผิวโดยตรงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
3.ทำแบบนี้วันละ 1-2 ครั้ง

เราสามารถซื้อเจลว่านหางจระเข้จากร้านทั่วไป แต่ต้องมั่นใจว่าเป็นเจลว่านหางจระเข้ที่ไม่มีส่วนผสมอย่างอื่นเจือปน

สรุป เมื่อเราทาว่านหางจระเข้ลงบนผิวนั้น มันสามารถรักษาแผลสด แผลไหม้ และต้านอาการอักเสบได้ ซึ่นมันสามารถเป็นประโยชน์กับคนที่มีปัญหาสิว ถึงอย่างไรก็ตามเราก็ยังต้องการการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมว่าการใช้ว่านหางจระเข้เป็นวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติที่ดีอีกวิธีหนึ่งที่มีสิทธิภาพ

>> เข้าคลีนิครักษาสิว ปลอดภัยไหม

การขัดผิวอย่างถูกวิธี

การขัดผิวเป็นขั้นตอนของการขจัดผิวหนังชั้นบนที่มีเซลล์ผิวที่ตายไปแล้วออก เราสามารถใช้อุปกรณ์ต่างๆในการช่วยขัดผิวได้ เช่น แปรง หรือสครับ เพื่อให้สามารถขัดเซลล์ผิวออกได้ แต่เราสามารถไปใช้วิธีทางเลือกโดยการทากรดที่สามารถละลายเซลล์ผิวได้ การขัดผิวนั้นเป็นวิธีที่คนเชื่อกันว่าจะช่วยทำให้สิวที่เป็นอยู่นั้นมีอาการดีขึ้น โดยการที่ขจัดเซลล์ผิวที่อุดตันรูขุมขนอยู่ออก และเป็นวิธีที่เชื่อกันที่ว่าเป็นการรักษาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเป็นการที่เราขจักเซลล์ผิวเก่าที่อยู่ชั้นบนสุดออกนั้นจะช่วยให้การรักษาส่วนอื่นๆสามารถรักษาได้ลึกลงไปมากขึ้น อย่างไรก็ตามงานวิจัยที่สามารถพิสูจน์ความสามารถในการรักษาสิวของการขัดผิวนั้นมีอยู่อย่างจำกัด งานวิจัยบางชิ้นได้ระบุว่า microdermabrasion ซึ่งเป็นวิธีขัดผิววิธีหนึ่งสามารถทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ร่วมถึงทำให้แผลเป็นจากสิวดีขึ้นด้วย

ในงานวิจัยเล็กๆงานหนึ่ง โดยมีคนไข้ที่เป็นสิว 25 คนได้รับการรักษาแบบ microdermabrasion 8 ครั้งในช่วงสัปดาห์ ตามภาพก่อน-หลังที่ถ่ายไว้ มันสามารถทำให้สิวดีขึ้นจริงๆ 96% ของผู้เข้าร่วมนั้นประทับใจกับผลลัพธ์และจะแนะนำให้กับเพื่อนๆต่อ แต่อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ก็ยังต้องการงานวิจัยเพื่อมาพิสูจน์ ปัจจุบันที่ร้านทั่วไปและร้านค้าออนไลน์ที่ขายผลิตภัณฑ์ขัดผิว แต่การทำสครับเองที่บ้านก็ง่ายดายเช่นเดียวกัน

วิธีการทำสครับที่บ้าน

1. ผสมน้ำตาลหรือเกลือ เข้ากับน้ำมันมะพร้าวในสัดส่วนที่เท่ากัน
2. นำมาขัดผิวแล้วล้างออก
3. ขัดผิวอย่างน้อยวันละครั้ง

สรุป การขัดผิวเป็นขั้นตอนการขจักเซลล์ผิวเก่าออก มันอาจะช่วยในการลดเรือนรอยแผลเป็น และสีของแผลเป็น อย่างไรก็ตามการมีงานวิจัยมาพิสูจน์เพิ่มเติมยังเป็นสิ่งจำเป็นในการยืนยันว่ามันสามารถรักษาสิวแบบธรรมชาติได้

>> แหล่งรวมความรู้เรื่องสิว

การทานอาหารที่ไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด (a Low Glycemic Load Diet)

อาหารและสิวมีความสัมพันธ์ต่อกัน และเป็นเรื่องถกเถียงกันมานานหลายปี

โดยหลักฐานล่าสุดได้แนะนำว่าปัจจัยด้านโภชนาการ เช่น อินซูลินและค่าระดับน้ำตาลในเลือก นั้นอาจมีความเกี่ยวข้องกับสิวได้ ค่าวัดระดับน้ำตาลในเลือดหรือglycemic index (GI) เป็นค่าที่ใช้ในการวัดความไวในการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือด การทานอาหารที่มีค่า GI นั้นจะทำให้ค่าอินซูลินเพิ่มตาม ซึ่งทำให้เกิดการผลิต Sebum ที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ ด้วยเหตุนี้ อาหารที่มีค่า GI สูงจึงเป็นที่เชื่อกันว่ามีส่วนโดนตรงในการเกิดและเพิ่มระดับความรุนแรงของสิว อาหารที่มีค่า GI สูงได้แก่ ขนมผัง น้ำหวาน เค้ก โดนัท ขนมอบ ลูกกวาด ซีเรียลรสหวาน และอาหารสำเร็จรูปต่างๆ และอาหารที่มีค่า GI ต่ำได้แก่ ผลไม้ ผัก พืชตระกูลถั่ว ธัญพืช 100% หรือธัญพืชที่ไม่ผ่านกรรมวิธีใดๆ

จากงานวิจัย โดยให้คน 43 คนทานอาหารแบบที่มีค่า GI สูง และที่มีค่า GI ต่ำเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ผู้ที่ทานอาหารที่มีค่า GI ต่ำนั้นมีค่าอินซูลินที่ดีขึ้น และอาการสิวดีขึ้นด้วยเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ทานอาหารที่เป็นคาร์โบไฮเดรตสูง และมีงานวิจัยอีกงานที่ใช้คน 31 คนซึ่งมีผลลัพธ์ไปในทางเดียวกัน งานวิจัยเล็กเหล่านี้ทำให้เห็นว่าการทานอาหารแบบที่มีค่า GI ต่ำอาจมีส่วนช่วยคนที่มีปัญหาสิวได้ อย่างไรก็ตามเรายังจำเป็นต้องมีงานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อมาพิสูจน์

สรุป การทานอาการที่มีค่า GI สูงนั้นสามารถเพิ่มการผลิต Sebum และทำให้เกิดสิวได้ อย่างไรก็ตามเรายังจำเป็นจะต้องมีงานวิจัยมาพิสูจน์ว่าการทานอาหารที่มีค่า GI ต่ำสามารเป็นวิธีการรักษาสิวแบบธรรมชาติได้

การลดการทานผลิตภัณฑ์จากนม

สิวกับผลิตภัณฑ์จากนมนั้นเป็นสิ่งที่แสลงกันมาก การดื่มนมและการทานอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์จากนมนั้นจะทำให้ฮอร์โมนในร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและทำให้เกิดสิวได้ มีงานวิจัยชิ้นใหญ่ 2 งานระบุว่าการดื่มนมมากเกินไปนั้นทำให้เกิดสิวได้ อย่างไรก็ตามผู้เข้าร่วมงานวิจัยเป็นผู้ที่รายงานผลงานวิจัยนั้นให้กับผู้ทำวิจัยเอง ดั้งนั้นเรายังต้องการการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อมาพิสูจน์ตรงนี้

สรุป งานวิจัยบางงานได้ค้นพบว่าการดื่มนมนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดสิว การดื่มนมในปริมาณที่จำกัดอาจเป็นวิธีหนึ่งที่เป็นวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเรายังต้องการการพิสูจน์จากงานวิจัยเพิ่มเติม

การลดความเครียด

ฮอร์โมนของเราจะถูกปล่อยออกมาเมื่อเราเครียด ซึ่งอาจทำให้เกิดการเพิ่มการผลิตของ Sebum ได้ และทำให้เกิดการอักเสบของผิวหนัง และทำให้สิวแย่ลง จริงๆแล้วนั้นมีงานวิจัยหลายงานให้ระบุถึงความเชื่อมโยงระหว่างความเครียดและการเพิ่มระดับความรุนแรงของสิว ยิ่งไปกว่านั้น ความเครียดสามารถชะลอการรักษาแผลถึง 40% ซึ่งอาจชะลอการหายดีของสิวด้วยเช่นเดียวกัน การผ่อนคลายหรือการลดความเครียดบางอย่างทำให้เห็นถึงการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นของสิว แต่เรายังต้องการงานวิจับมาพิสูจน์สิ่งเหล่านี้

วิธีลดความเครียด

1. นอนให้มากขึ้น
2. ทำกิจกรรมที่ใช้ร่างกาย
3. เล่นโยคะ
4. การนั่งสมาธิ
5. การสูดหายใจเข้าลึกๆ

สรุป ฮอร์โมนจะถูกปล่อยออกมาเมื่อเราเครียด ซึ่งทำให้อาหารสิวแย่ลง การลดความตึงเครียดอาจเป็นวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติได้

>> ผลิตภัณฑ์รักษาสิว อันไหนดีที่สุด

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น  การที่การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นนั้นจะช่วยบำรุงเซลล์ผิวซึ่งจะช่วยป้องกันและรักษาสิว การออกกำลังกายทำให้ฮอร์โมนในร่างกายทำงานปกติ งานวิจัยหลายงานระบุว่าการออกกำลังกายสามารถช่วยลดความเครียดและความกังวลได้ ซึ่งสองอย่างนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว

คำแนะนำคือผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีควรออกกำลังกายครั้งละ 30 นาที โดยออก 3-5วันต่อสัปดาห์ การออกกำลังกายในที่นี้รวมถึงการเดิน การปีนเขา การวิ่ง และการยกน้ำหนักด้วย

สรุป การออกกำลังกายทำให้ระบบไหลเวียนเลือดแข็งแรง ทำให้ฮอร์โมนทำงานปกติ และช่วยลดความเครียดซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุของการเกิดสิว การออกกำลังกายจึงเป็นวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติได้

จุดสำคัญที่สุด

สิวเป็นปัญหาทั่วไปที่เกิดมาจากหลายๆปัจจัย  อย่างไรก็ตาม การรักษาแผนปัจจุบันอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่นผิวแห้ง ผื่นแดง หรือการระคายเคือง

ข้อดีที่การรักษาสิวแบบธรรมชาติส่งประสิทธิภาพที่ดี และการรักษาสิวแบบธรรมชาติที่ได้ระบุไว้ในบทความนี้นั้นอาจจะมีประสิทธิภาพต่อบางคนเท่านั้น แต่มันเป็นสิ่งคุ้มค่าที่จะลอง

อย่างไรก็ตามคุณอาจจะต้องมีการปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนถ้าคุณเป็นสิวในระดับรุนแรง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.